
แอปโน้ตชื่อดัง แอบเก็บข้อมูลการพิมพ์ และการใช้ชีวิต
หน้าแรกTeeNee รอบรู้ มือถือ แท๊บเลต การใช้งาน Android แอปโน้ตชื่อดัง แอบเก็บข้อมูลการพิมพ์ และการใช้ชีวิต

รายงานจาก Electronic Frontier Foundation ในปี 2022 ชี้ว่า แอปสเปซทำงานและแอปจดโน้ตยอดฮิตอย่าง Evernote และ Notion มีการแอบเก็บข้อมูลผู้ใช้ ทั้งจังหวะการกดคีย์บอร์ดและประวัติการเดินทางโดยไม่ขอความยินยอม ซึ่งส่งผลกระทบกับผู้ใช้ถึง 68% ของกลุ่มตัวอย่าง
พฤติกรรมการพิมพ์สามารถบอกได้ตั้งแต่ความเร็ว จังหวะการหยุดคิด ไปจนถึงปัญหาสุขภาพ ส่วนประวัติการเดินทางก็คือการกางแผนที่ชีวิตประจำวันเลยทีเดียว สำหรับคนทั่วไป ข้อมูลเหล่านี้จะถูกแปลงเป็นโปรไฟล์พฤติกรรมเชิงลึกที่พร้อมจะถูกเก็บ วิเคราะห์ หรือแชร์ต่อเกินกว่าแค่การจดลิสต์ของซื้อ ส่วนในฝั่งองค์กรหรือบริษัทในไทย การมีข้อมูลความลับของลูกค้าหรือโครงการสำคัญไปอยู่ในแพลตฟอร์มที่แอบบันทึกข้อมูลตลอดเวลา ถือเป็นความเสี่ยงใหญ่เรื่องการรั่วไหลและความปลอดภัยไซเบอร์ที่ไม่ควรมองข้าม
แอปฟรีไม่มีจริง! แอบส่องลิสต์งานไปขายโฆษณา
เอกสารภายในที่หลุดออกมาเมื่อปี 2021 เผยว่า Microsoft To Do มีการเชื่อมต่อกับเครือข่ายโฆษณา และนำข้อมูลการจดงานของผู้ใช้ฟรีไปยิงโฆษณาแบบตรงกลุ่มเป้าหมาย มีบัญชีที่ได้รับผลกระทบมากกว่า 10 ล้านบัญชี หมายความว่าข้อความที่พิมพ์ลงไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าใช้จ่าย นัดหมอ หรือเรื่องงาน อาจถูกนำไปใช้คัดเลือกโฆษณาขึ้นโชว์ในพื้นที่อื่น
เมื่อข้อมูลในลิสต์งานถูกส่งเข้าระบบโฆษณา เส้นแบ่งระหว่างพื้นที่ส่วนตัวกับช่องทางทางการค้าก็หายไปทันที คนส่วนใหญ่มองว่าแอปจดงานเป็นแค่เครื่องมือช่วยจำ แตเบื้องหลังกลับเป็นโมเดลธุรกิจที่จ้องจะดึงข้อมูลเชิงพาณิชย์ให้ได้มากที่สุด สำหรับคนทำงานในไทยที่ต้องจับงานลับ การพิมพ์ข้อมูลลงในแอปฟรีที่หารายได้จากการดึงดูดความสนใจเบื้องหลังแบบนี้จึงเป็นเรื่องที่ต้องระวังอย่างมาก
ยิ่งใช้แอปเยอะ ยิ่งเสียเวลาโดยไม่รู้ตัว
การทำงานแบบรีโมทหรือ Work from Home ในไทยและทั่วโลกเริ่มเห็นผลกระทบชัดเจน ผลการสำรวจจาก Gartner Digital Workplace Trends ปี 2024 พบว่า 40% ของคนที่ทำงานผ่านแอปอย่าง Trello หรือ Slack กำลังเผชิญภาวะ "App Overload" หรือการใช้แอปมากเกินไป จนทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง สลับหน้าจอไปมา อัปเดตบอร์ด และคอยตอบการแจ้งเตือนจนเสียเวลาทำงานจริงไปเฉลี่ยสัปดาห์ละ 15 ชั่วโมง
เวลาที่หายไป 15 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ คิดเป็นเวลาทำงานเกือบ 2 วันเต็มๆ แม้หัวหน้าจะเห็นการอัปเดตงานอยู่ตลอดเวลาก็ตาม นอกจากนี้ การกระจายงานไว้หลายแพลตฟอร์มยังทำให้สมาธิหลุดและโฟกัสงานลึกๆ ได้ยากขึ้น เพราะต้องคอยปรับตัวกับหน้าตาแอปและระบบใหม่ๆ ตลอดเวลา การขนแอปใหม่ๆ เข้ามาใช้จึงไม่ได้ช่วยให้ได้งานเยอะขึ้นเสมอไป แต่อาจกลายเป็นการลดผลงานโดยไม่รู้ตัว
ติดดักเกมในแอป productivity จนทำอะไรเองไม่เป็น
งานวิจัยใน Journal of Consumer Research ปี 2023 ที่ศึกษาแอปช่วยจัดระเบียบชีวิตสไตล์เกมอย่าง Habitica พบว่า ผู้ใช้งาน 32% เริ่มไม่สามารถทำตามเป้าหมายได้เลยหากไม่มีแอปคอยเตือน การติดแอปในลักษณะนี้ไปลดทอนแรงจูงใจจากภายใน ทำให้คนเราทำสิ่งต่างๆ เพียงเพื่อไล่เก็บรางวัลภายนอก มากกว่าการทำเพราะเห็นคุณค่าของงานนั้นจริงๆ
เมื่อการทำภารกิจในชีวิตประจำวันถูกเปลี่ยนเป็นแต้ม ตัวละคร หรือไอเทม สมองจะเริ่มมองว่าหน้าที่ทั่วไปเป็นเรื่องน่าเบื่อที่ต้องรอให้แอปมาให้รางวัลก่อนถึงจะยอมทำ ซึ่งเสี่ยงมากสำหรับนักเรียน นักศึกษา หรือคนที่เพิ่งเริ่มทำงานในไทยที่กำลังสร้างวินัยระยะยาว หากต้องพึ่งพาแรงกระตุ้นจากแอปตลอดเวลา อาจทำให้วินัยในตัวเองอ่อนแอลง และรู้สึกทำอะไรไม่ถูกทันทีเมื่อไม่มีแอป หรือเมื่อสถิติการทำต่อเนื่องถูกรีเซ็ต



กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้















































