รู้ยัง? Android กำลังจะฉลาดขึ้นอีก 10 เท่า ด้วยระบบ Gemini


รู้ยัง? Android กำลังจะฉลาดขึ้นอีก 10 เท่า ด้วยระบบ Gemini


Google กำลังจะส่งระบบ Gemini Intelligence เข้ามาอยู่ใน Android เพื่อช่วยจัดการงานจุกจิกในชีวิตประจำวันให้แบบอัตโนมัติ โดยเน้นเรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลเป็นหลัก ซึ่งจะเริ่มอัปเดตให้ฝั่ง Samsung Galaxy และ Google Pixel ได้ใช้กันก่อนในช่วงกลางปีนี้ ส่วน Android รุ่นอื่นๆ รวมถึงสมาร์ทวอทช์ ระบบในรถยนต์ แว่นตาอัจฉริยะ และแล็ปท็อป จะได้อัปเดตตามมาทีหลังภายในปีนี้เช่นกัน ซึ่งผู้ใช้งานในไทยก็นอนรอดูกันได้เลยว่ารุ่นที่ตัวเองถืออยู่จะได้อัปเดตช่วงไหน

และนี่คือ 6 ฟีเจอร์เด็ดที่กำลังจะมาอยู่บนมือถือ Android

1. ผู้ช่วยคนใหม่ที่รู้ใจและลงมือทำแทนได้ทันที

Google กำลังดันให้ Gemini ทำหน้าที่ได้มากกว่าแค่การตอบคำถามทั่วไป แต่จะเน้นไปที่การทำงานซ้ำๆ แทนคุณ โดยในสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่อย่าง Galaxy S26 หรือ Pixel 10 ระบบนี้ได้รับการปรับแต่งให้ทำงานร่วมกับแอปสั่งอาหารและแอปเรียกรถโดยสารได้อย่างลื่นไหล

ความเจ๋งคือมันสามารถเชื่อมโยงข้อมูลข้ามแอปได้เอง เช่น ค้นหาตารางเรียนใน Gmail แล้วเอาซอร์สชื่อหนังสือไปกดเพิ่มลงตะกร้าช้อปปิ้งให้เสร็จสรรพ หรือช่วยจองจักรยานสำหรับคลาสปั่นจักรยานได้โดยที่คุณไม่ต้องกดสลับหน้าจอไปมา นอกจากนี้ยังเข้าใจบริบทจากภาพถ่ายด้วย แค่ถ่ายรูปรายการซื้อของหรือโบรชัวร์ท่องเที่ยว ระบบก็พร้อมจะเปลี่ยนภาพเหล่านั้นให้กลายเป็นการสั่งซื้อสินค้าหรือค้นหาดีลท่องเที่ยวที่คล้ายกันบนอินเทอร์เน็ตได้ทันที โดยที่ทุกขั้นตอนคุณยังเป็นคนควบคุมทั้งหมด

2. Chrome ที่ทำได้มากกว่าการเปิดแท็บทิ้งไว้

ช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ เบราว์เซอร์ Chrome บน Android จะฉลาดขึ้นไปอีกขั้นด้วยการฝัง Gemini เข้ามาในตัว ทำให้ไม่ต้องมานั่งเลื่อนอ่านหน้าเว็บยาวๆ อีกต่อไป เพราะระบบสามารถช่วยสรุปใจความสำคัญ ดึงประเด็นหลัก และเปรียบเทียบข้อมูลจากหลายๆ หน้าเว็บให้เสร็จสรรพ

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Auto-browse ที่ช่วยจัดการเรื่องน่าปวดหัวบนโลกออนไลน์แทนคุณได้ เช่น การกดนัดหมาย หรือแม้แต่การจองที่จอดรถ (ซึ่งถ้าเปิดใช้งานในไทยเต็มรูปแบบเมื่อไหร่ การวนหาที่จอดรถตามห้างดังในกรุงเทพฯ น่าจะสะดวกขึ้นเยอะ)

3. ระบบกรอกข้อมูลอัตโนมัติที่ฉลาดขึ้น

ระบบ Autofill แบบเดิมๆ ที่จำได้แค่ชื่อ อีเมล หรือรหัสผ่าน กำลังจะเปลี่ยนไป เพราะ Gemini จะเข้ามาช่วยดูบริบทของข้อความทั้งหมด แล้วดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากแอปต่างๆ รวมถึง Chrome มาช่วยกรอกฟอร์มยาวๆ บนหน้าจอมือถือที่ปกติพิมพ์ยากมากให้แบบไร้รอยต่อ ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดที่อยู่ หรือข้อมูลการจองต่างๆ โดยฟีเจอร์นี้เป็นระบบแบบ Opt-in ที่คุณต้องเลือกเปิดใช้งานเอง และสามารถปิดเมื่อไหร่ก็ได้เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว

4. พิมพ์ด้วยเสียงได้ลื่นไหล ไม่มีสะดุดคำเพี้ยน

ปกติการพิมพ์ด้วยเสียง (Voice Typing) มักจะมีปัญหาเวลาเราพูดติดอ่าง พูดสลับไปมา หรือมีคำสร้อยอย่าง "เอ่อ" "อา" หลุดออกมา Google เลยส่งฟีเจอร์ใหม่ชื่อ Rambler เข้ามาแก้ปัญหานี้ โดยมันจะคอยคัดเลือกเฉพาะคำที่มีความหมายจริงๆ แล้วเอามาเรียบเรียงเป็นประโยคที่อ่านง่ายและสละสลวยให้เอง

ที่สำคัญคือรองรับการพูดสลับภาษาไปมาในประโยคเดียวกันได้สบายๆ (เหมาะมากกับคนไทยที่ชอบพูดไทยคำอังกฤษคำ) และระบบจะประมวลผลเสียงแบบเรียลไทม์โดยไม่มีการบันทึกเก็บไว้ เพื่อความปลอดภัยของข้อมูล

5. สร้าง Widget ได้เองตามใจสั่ง

ฟีเจอร์ Create My Widget จะเปลี่ยนข้อความสั่งการธรรมดาของคุณให้กลายเป็น Widget บนหน้าจอได้ทันที เช่น คุณสามารถพิมพ์สั่งว่า "ขอวิเจ็ตแนะนำเมนูโปรตีนสูงรายสัปดาห์" หรือ "ขอหน้าต่างสภาพอากาศที่โชว์แค่ความเร็วลมกับปริมาณฝนไว้ดูตอนปั่นจักรยาน" ระบบก็จัดให้ได้ตามบรีฟทันที และฟีเจอร์นี้จะใช้งานบน Wear OS หรือสมาร์ทวอทช์ได้ด้วย

6. ดีไซน์ใหม่ที่สบายตาและเป็นมิตรมากขึ้น

การมาของ Gemini Intelligence จะถูกครอบด้วยหน้าตาอินเทอร์เฟซแบบ Material 3 Expressive ที่เน้นความเคลื่อนไหวและแอนิเมชันที่นุ่มนวล ช่วยไกด์สายตาและลดความวุ่นวายบนหน้าจอมือถือ ทำให้ภาพรวมของ Android ยุคใหม่ไม่ใช่แค่ระบบปฏิบัติการที่เราต้องคอยกดสั่งงาน แต่เป็นระบบที่คอยซัพพอร์ตและทำงานไปพร้อมกับเราจริงๆ


เครดิต :
เครดิต : ที่นี่ดอทคอม ทันทุกเรื่องฮิต


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์