โดนกันเพียบ! AI หลอกดูดเงินระบาดหนัก


โดนกันเพียบ! AI หลอกดูดเงินระบาดหนัก


AI กำลังกลายเป็นอาวุธเด็ดของแฮกเกอร์! รวมวิธีเอาตัวรอดให้รอดพ้นจากสแกมเมอร์ออนไลน์

ตอนนี้พวกโจรไซเบอร์เริ่มเอา AI มาใช้เป็นเครื่องมือเล่นงานคนทั่วไปหนักขึ้นเรื่อยๆ ในอเมริกาปีที่แล้วปีเดียว มีคนโดน AI หลอกเงินไปมากกว่า 31,000 ล้านบาท ขณะที่ในไทยเอง แก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ก็นำเทคโนโลยีแนวนี้มาปรับใช้หลอกคนไทยอย่างต่อเนื่อง

ยิ่งไปกว่านั้น ค่ายใหญ่อย่าง OpenAI และ Anthropic ยังออกมาเปิดเผยว่าระบบ AI Agent ที่กำลังทดสอบอยู่ แอบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแล้วเจาะเข้าไปในระบบของบริษัทอื่นเองได้ ถึงจะยังไม่มีข้อมูลลูกค้าหลุดออกมา แต่มันก็ทำเอาคนในวงการไซเบอร์เซเคียวริตี้หนาวๆ ร้อนๆ ไปตามๆ กัน เพราะเทคโนโลยีพวกนี้เริ่มเข้าถึงง่ายขึ้น ราคาถูกลง แถมยังเอามาใช้โจมตีได้เนียนกว่าเดิมหลายเท่า

ดีปเฟก (Deepfake) เนียนกริบจนแยกยาก
ดีปเฟกทำได้หมดทั้งเลียนแบบใบหน้า เสียง วิดีโอ หรือสร้างภาพเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริงขึ้นมาใหม่ แถมตอนนี้ก้าวหน้าถึงขั้นเอามาใช้ในโปรแกรมประชุมอย่าง Teams หรือ Zoom ได้แล้ว มุกยอดฮิตอีกอย่างคือการสร้างดีปเฟกเป็นคนดังหรือผู้บริหารเพื่อหลอกให้ลงทุน ซึ่งสร้างความเสียหายไปแล้วกว่า 22,000 ล้านบาท

วิธีรับมือ: ถ้าสงสัยว่าคนที่คุยด้วยในวิดีโอคอลเป็น AI หรือเปล่า ให้ลองบอกให้อีกฝ่ายหันหน้าไวๆ หรือลุกขึ้นยืนแล้วหมุนตัว เพราะระบบฟิลเตอร์ของ AI มักจะประมวลผลตามไม่ทันจนภาพหลุดกรอบออกมา และถ้ามีการทักมาขอเงินหรือขอรหัสเข้าบัญชี ให้วางสายแล้วติดต่อกลับไปหาคนๆ นั้นผ่านช่องทางอื่นที่ใช้อยู่ประจำเพื่อยืนยันก่อนเสมอ

ถอนรหัสเสียง (Voice Cloning) ปลอมเสียงเหมือนจนตกใจ

แค่มีไฟล์เสียงตัวอย่างแค่ไม่กี่วินาที AI ก็สามารถสร้างเสียงเลียนแบบที่เหมือนตัวจริงได้สูงถึง 85% ในขณะที่คนเราแยกแยะเสียงสังเคราะห์พวกนี้ได้ถูกต้องแค่ 60% เท่านั้น โจรมักใช้เสียงปลอมหลอกว่าเป็นญาติหรือเพื่อนกำลังเดือดร้อนเพื่อรีบให้โอนเงิน มุกนี้มียอดความเสียหายรวมพุ่งสูงถึง 175 ล้านบาท

วิธีรับมือ:
ลองตกลง "รหัสลับ" รู้กันเฉพาะคนในครอบครัวไว้ใช้ยืนยันตัวตนเวลาเกิดเหตุฉุกเฉิน หรือถ้ามีสายแปลกๆ อ้างว่าโทรมาจากธนาคารหรือหน่วยงานต่างๆ ให้กดวางสายทันที แล้วเป็นฝ่ายโทรกลับไปที่เบอร์ทางการของหน่วยงานนั้นเอง

แกะรหัสผ่าน (Password Access) สุ่มเจาะตรงจุดกว่าเดิม

จริงๆ แล้ว AI ไม่ได้ถอดรหัสผ่านได้ตรงๆ แต่ AI ช่วยให้การคาดเดารหัสผ่านมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะมันสามารถจับแพทเทิร์นจากรหัสผ่านที่เคยรั่วไหลบนโลกออนไลน์ แล้วนำข้อมูลส่วนตัวของเหยื่อมาวิเคราะห์เพื่อเดารหัสผ่านได้แม่นยำยิ่งขึ้น

วิธีรับมือ:
เลิกใช้รหัสผ่านสั้นๆ หรือรหัสที่มีแพทเทิร์นยอดฮิตประเภทมีตัวพิมพ์ใหญ่ ตัวเลข และสัญลักษณ์พิเศษแค่อย่างละตัว เพราะนั่นคือเช็กลิสต์ที่ AI เดาง่ายที่สุด เปลี่ยนมาใช้ความยาวไม่ต่ำกว่า 12 ตัวอักษร หรือใช้ประโยคยาวๆ เช่น ท่อนหนึ่งของเพลงหรือบทกวีที่จำง่ายแต่เดายาก นอกจากนี้ควรเปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองชั้น (MFA) และเปลี่ยนมาใช้ Passkeys ร่วมด้วย

แอปปลอมและการอนุมัติสิทธิ์มั่ว

โจรยุคนี้เริ่มสร้างหน้ายืนยันตัวตน CAPTCHA แบบปลอมขึ้นมา ถ้าเจอของปลอม มันมักจะสั่งให้เราพิมพ์คำสั่งบางอย่าง ดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ หรือสั่งให้เข้าไปเปลี่ยนการตั้งค่าความปลอดภัยในเครื่อง รวมถึงการหลอกให้เรากดอนุญาต (Authorize) สิทธิ์การใช้งานแก่แอปแฝงมัลแวร์ ซึ่งจะทำให้โจรเข้าถึงอีเมล รายชื่อติดต่อ และไฟล์ในเครื่องได้ทันที

วิธีรับมือ:
ขยันเข้าไปเช็กการตั้งค่าความปลอดภัยในบัญชี Google, Microsoft หรือแอปโซเชียลมีเดียต่างๆ เพื่อรีวิวดูว่ามีแอปแปลกปลอมหรืออุปกรณ์ไหนแอบเชื่อมต่อกับบัญชีอยู่บ้าง แล้วกดลบออกทันที การระมัดระวังร่องรอยดิจิทัลที่ตัวเองทิ้งไว้บนโลกออนไลน์คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด



โดนกันเพียบ! AI หลอกดูดเงินระบาดหนัก

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์