
เช็กด่วน! 5 พฤติกรรมใช้มือถือที่เสี่ยงทำรหัสผ่านหลุด
หน้าแรกTeeNee รอบรู้ มือถือ แท๊บเลต ข่าว มือถือ แทปเล็ต เช็กด่วน! 5 พฤติกรรมใช้มือถือที่เสี่ยงทำรหัสผ่านหลุด

มือถือเปรียบเสมือนคลังข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญที่สุดในยุคนี้ แต่นั่นก็ทำให้มันกลายเป็นเป้าหมายหลักของเหล่าอาชญากรไซเบอร์ หากไม่ระวังให้ดี รหัสผ่านหรือข้อมูลสำคัญของคุณอาจหลุดไปอยู่ในมือมิจฉาชีพได้ง่ายๆ นี่คือ 5 พฤติกรรมเสี่ยงที่คุณควรเลิกทำด่วน
1. เชื่อมต่อ Wi-Fi สาธารณะแบบไม่ป้องกัน
การใช้เน็ต Wi-Fi ฟรีตามที่สาธารณะถือเป็นความเสี่ยงอันดับต้นๆ เพราะเครือข่ายเหล่านี้มักไม่มีการเข้ารหัสข้อมูล ทำให้แฮกเกอร์สามารถดักจับข้อมูลการใช้งาน รวมถึงรหัสผ่านของคุณได้อย่างง่ายดาย ทางที่ดีควรใช้ VPN หรือหลีกเลี่ยงการล็อกอินเข้าบัญชีสำคัญในขณะที่ใช้ Wi-Fi เหล่านี้

2. ติดตั้งแอปพลิเคชันจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ
การดาวน์โหลดแอปนอกสโตร์หลักอาจแฝงมาด้วยมัลแวร์ที่จ้องจะขโมยข้อมูลส่วนตัวรวมถึงรหัสผ่านของคุณ ควรดาวน์โหลดแอปจาก Official Store เท่านั้น และอ่านรีวิวให้ละเอียดก่อนติดตั้งทุกครั้ง เพราะแม้แต่แอปที่ดูถูกกฎหมายก็อาจมีช่องโหว่ที่แฮกเกอร์ใช้เจาะข้อมูลได้เช่นกัน

การดาวน์โหลดแอปนอกสโตร์หลักอาจแฝงมาด้วยมัลแวร์ที่จ้องจะขโมยข้อมูลส่วนตัวรวมถึงรหัสผ่านของคุณ ควรดาวน์โหลดแอปจาก Official Store เท่านั้น และอ่านรีวิวให้ละเอียดก่อนติดตั้งทุกครั้ง เพราะแม้แต่แอปที่ดูถูกกฎหมายก็อาจมีช่องโหว่ที่แฮกเกอร์ใช้เจาะข้อมูลได้เช่นกัน

3. ตกเป็นเหยื่อของการ Phishing
มิจฉาชีพมักปลอมตัวเป็นองค์กรที่น่าเชื่อถือส่งข้อความหรืออีเมลมาหลอกล่อให้คุณกดลิงก์และกรอกรหัสผ่าน การเผลอกดเข้าไปในลิงก์แปลกปลอมอาจทำให้คุณเสียบัญชีไปได้ทันที ความรอบคอบและตรวจสอบที่มาของข้อความให้ดีก่อนกรอกข้อมูลเสมอคือสิ่งสำคัญที่สุด

มิจฉาชีพมักปลอมตัวเป็นองค์กรที่น่าเชื่อถือส่งข้อความหรืออีเมลมาหลอกล่อให้คุณกดลิงก์และกรอกรหัสผ่าน การเผลอกดเข้าไปในลิงก์แปลกปลอมอาจทำให้คุณเสียบัญชีไปได้ทันที ความรอบคอบและตรวจสอบที่มาของข้อความให้ดีก่อนกรอกข้อมูลเสมอคือสิ่งสำคัญที่สุด

4. ละเลยการอัปเดตระบบปฏิบัติการ
ผู้ผลิตมือถือมักปล่อยอัปเดตซอฟต์แวร์ออกมาเพื่อปิดช่องโหว่และเพิ่มความปลอดภัย การกดเลื่อนการอัปเดตออกไปเรื่อยๆ คือการเปิดโอกาสให้แฮกเกอร์โจมตีมือถือของคุณผ่านช่องโหว่เดิมๆ ที่ยังไม่ได้ถูกแก้ไข การอัปเดตระบบให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดอยู่เสมอจึงเป็นวิธีป้องกันที่ง่ายและได้ผลที่สุด

5. เปิด Bluetooth ทิ้งไว้โดยไม่จำเป็น
การเปิด Bluetooth ค้างไว้ตลอดเวลาอาจกลายเป็นจุดอ่อนที่โจรไซเบอร์ใช้เชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ของคุณโดยที่คุณไม่รู้ตัว ควรปิด Bluetooth ทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งาน และหลีกเลี่ยงการจับคู่กับอุปกรณ์ที่ไม่รู้จักเพื่อป้องกันไม่ให้คนแปลกหน้าเข้าถึงข้อมูลภายในเครื่องได้

การเปิด Bluetooth ค้างไว้ตลอดเวลาอาจกลายเป็นจุดอ่อนที่โจรไซเบอร์ใช้เชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ของคุณโดยที่คุณไม่รู้ตัว ควรปิด Bluetooth ทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งาน และหลีกเลี่ยงการจับคู่กับอุปกรณ์ที่ไม่รู้จักเพื่อป้องกันไม่ให้คนแปลกหน้าเข้าถึงข้อมูลภายในเครื่องได้




กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้















































