อัป iOS 27 แล้วแบตไหล? ปิด 8 ตั้งค่านี้ด่วน!


อัป iOS 27 แล้วแบตไหล? ปิด 8 ตั้งค่านี้ด่วน!


อัปเดต iOS 27 แล้วรู้สึกว่าแบตเตอรี่ iPhone ไหลเป็นน้ำบ้างไหม จากที่เคยใช้ยาวๆ ข้ามวัน ตอนนี้ยังไม่ทันเลิกงานก็ต้องหาปลั๊กชาร์จแล้ว

ฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามาหลายตัวแอบรันอยู่เบื้องหลังแบบไม่รู้ตัว ทั้งสลับไปใช้เน็ตมือถือเอง หรือแอปแอบดึงพิกัดตลอดเวลา ไม่ต้องถึงขั้นปิดทุกอย่างจนใช้งานไม่สนุก ลองเช็กแล้วปรับตาม 8 จุดนี้ได้เลย

1. ปิด Connectivity Assist ถ้าเน็ตบ้านหรือออฟฟิศแรงอยู่แล้ว
iOS 27 มีฟีเจอร์ใหม่ชื่อ Connectivity Assist คอยสลับไปใช้เน็ตมือถือให้อัตโนมัติเวลาสัญญาณ Wi-Fi เริ่มอ่อน เหมาะกับคนที่เดินไปเดินมาในตึกใหญ่ๆ แต่ถ้าปกติใช้งานในพื้นที่ที่ Wi-Fi เสถียรอยู่แล้ว ระบบนี้จะแอบทำงานเบื้องหลังจนกินแบตโดยไม่จำเป็น

วิธีปรับ: ไปที่ การตั้งค่า (Settings) > Wi-Fi > เลื่อนลงมาล่างสุดแล้วกดปิด Connectivity Assist

2. ปรับจาก 5G On มาเป็น 5G Auto
การเปิด 5G ค้างไว้ตลอดเวลาสูบพลังงานหนักมาก โดยเฉพาะเวลาเดินทางไปจุดที่สัญญาณไม่ค่อยดีทั่วไทย เช่น ตามต่างจังหวัด บนรถไฟฟ้า หรือตามมุมอับในตึก การเลือก 5G Auto จะช่วยให้ iPhone สลับไปใช้ 4G/LTE ให้อัตโนมัติเมื่อความเร็ว 5G ไม่จำเป็นต้องใช้ ณ ตอนนั้น

วิธีปรับ: ไปที่ การตั้งค่า (Settings) > เซลลูลาร์ (Cellular) > ตัวเลือกข้อมูลเซลลูลาร์ (Cellular Data Options) > เสียงและข้อมูล (Voice & Data) > เลือก 5G Auto (หรือถ้าอยู่จุดที่สัญญาณ 5G สวิงมากๆ เลือก LTE ไปเลยจะประหยัดกว่า)

3. ปิด Location Services แอปที่ไม่จำเป็น
หลายแอปแอบดึงพิกัดตำแหน่งอยู่ตลอดเวลาแม้ไม่ได้เปิดใช้อยู่ โดยเฉพาะพวกแอปชอปปิง สื่อโซเชียล หรือแอปโปรโมชันร้านค้าต่างๆ ซึ่งค่อนข้างกินแบตโดยใช่เหตุ

วิธีปรับ: ไปที่ การตั้งค่า (Settings) > ความเป็นส่วนตัวและการรักษาความปลอดภัย (Privacy & Security) > บริการตำแหน่งที่ตั้ง (Location Services)

แอปไหนไม่จำเป็นให้เปลี่ยนเป็น "ขณะใช้แอป" (While Using the App) หรือ "ไม่เลย" (Never) ส่วนพวกแอปนำทางอย่าง Google Maps หรือ Find My ให้เปิดไว้ตามปกติ

4. ปิด ยกขึ้นเพื่อปลุก (Raise to Wake)
ฟีเจอร์นี้เปิดหน้าจอให้อัตโนมัติแค่ยกเครื่องขึ้นมา แต่บางทีแค่นั่งรถ นำโทรศัพท์ใส่กระเป๋า หรือถือเดินไปมา หน้าจอก็แอบติดขึ้นมาเองแบบไม่ตั้งใจ

วิธีปรับ: ไปที่ การตั้งค่า (Settings) > จอภาพและความสว่าง (Display & Brightness) > ปิด ยกขึ้นเพื่อปลุก (Raise to Wake)

เวลาจะใช้งานแค่นิ้วแตะหน้าจอหรือกดปุ่มข้างเครื่องเอาเหมือนเดิมก็สะดวกแล้ว

5. ซ่อนวอลเปเปอร์หน้าจอ Always-On Display
สำหรับรุ่นที่มี Always-On Display การเปิดหน้าจอล็อกไว้ตลอดเวลาเปิดโอกาสให้แบตลดเร็วกว่าปกติ ไม่จำเป็นต้องปิดทิ้งทั้งหมด แค่ปิดการแสดงวอลเปเปอร์ให้เหลือแค่ฉากหลังสีดำกับนาฬิกาก็ช่วยได้เยอะมาก

วิธีปรับ: ไปที่ การตั้งค่า (Settings) > จอภาพและความสว่าง (Display & Brightness) > หน้าจอเปิดตลอด (Always On Display) > ปิด แสดงภาพพื้นหลัง (Show Wallpaper)

6. ปิดการฟัง "Hey Siri" แบบแฮนด์ฟรี
ถ้าไม่ได้เป็นสายสั่งงาน Siri ด้วยเสียงบ่อยๆ การเปิดให้ไมโครโฟนคอยสแตนด์บายฟังคำสั่งตลอดเวลาก็ใช้พลังงานเครื่องอยู่บ้าง

วิธีปรับ: ไปที่ การตั้งค่า (Settings) > Apple Intelligence & Siri > คุยกับ Siri (Talk to Siri) > ปิดการเรียกใช้งานด้วยเสียง

เวลาต้องการใช้งาน เปลี่ยนมาใช้วิธี กดปุ่มข้างเครื่องค้างไว้ แทนได้เลย

7. ปรับเวลาดึงข้อมูลแอป Mail
ถ้าตั้งค่าให้แอป Mail คอยเช็กอีเมลใหม่ตลอดเวลา เครื่องจะวิ่งหาข้อมูลอยู่เรื่อยๆ ลองเปลี่ยนระยะเวลาให้ห่างขึ้นหรือตั้งเป็นดึงข้อมูลเองเมื่อเปิดแอป

วิธีปรับ: ไปที่ การตั้งค่า (Settings) > แอป (Apps) > เมล (Mail) > บัญชีเมล (Mail Accounts) > ดึงข้อมูลใหม่ (Fetch New Data) > ปรับตัวเลือกเป็น รายชั่วโมง (Hourly) หรือ ด้วยตนเอง (Manually)

8. หมั่นอัปเดต iOS 27 ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
บางทีปัญหาแบตหมดไวก็มาจากบั๊กของระบบซอฟต์แวร์เอง ซึ่ง Apple มักจะปล่อยแพตช์ออกมาแก้เรื่องประสิทธิภาพอยู่เรื่อยๆ

วิธีเช็ก: ไปที่ การตั้งค่า (Settings) > ทั่วไป (General) > รายการอัปเดตซอฟต์แวร์ (Software Update)

Tip: หลังเพิ่งอัปเดต iOS เวอร์ชันใหม่ใหญ่ๆ ระบบจะมีการประมวลผลพื้นหลัง (Indexing) อยู่ประมาณ 1-2 วันแรก ซึ่งอาจทำให้แบตลดเร็วกว่าปกติชั่วคราว ลองเข้าไปเช็กดูว่าแอปไหนสูบแบตผิดปกติได้ที่ การตั้งค่า > แบตเตอรี่ (Battery)


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์