
iPad พื้นที่เต็ม? ลองลบ 4 แอปนี้ออก รับรองชีวิตดีขึ้นเยอะ!
หน้าแรกTeeNee รอบรู้ มือถือ แท๊บเลต การใช้งาน ios (iphone, ipad) iPad พื้นที่เต็ม? ลองลบ 4 แอปนี้ออก รับรองชีวิตดีขึ้นเยอะ!

4 แอป Apple ไร้ประโยชน์บน iPad ที่ลบทิ้งได้ทันที ถ้าอยากได้พื้นที่คืน
หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับคำว่า Bloatware หรือพวกแอปขยะที่แถมมากับเครื่อง แต่แทบไม่ได้ใช้งานจริง Apple เองก็ชอบใส่แอปของตัวเองมาแน่นเครื่อง วันนี้มาดูกันว่ามีแอปไหนบ้างที่ลบทิ้งได้เลยเพื่อประหยัดพื้นที่
Tips (เคล็ดลับ)
แอปนี้คอยสอนการใช้งาน iPad พื้นฐานแบบสั้นๆ เหมาะมากสำหรับคนที่เพิ่งเคยใช้ iPad เป็นครั้งแรกในชีวิต แต่พอใช้ไปสักพัก แทบไม่มีใครกดเข้าไปดูอีกเลย เวลาสงสัยอะไร คนส่วนใหญ่มักจะเปิด YouTube หาข้อมูล หรือเสิร์ช Google เอามากกว่า หรือถ้าใช้ในไทยก็แค่อัปเดตระบบแล้วถาม Siri เอา ง่ายกว่าเยอะ แอปนี้เลยกลายเป็นแอปแรกๆ ที่ลบทิ้งได้เลยโดยไม่รู้สึกเสียดาย

Apple Fitness
แอปออกกำลังกายตัวนี้มีข้อจำกัดตรงที่ไม่สามารถเชื่อมต่อ Apple Watch โดยตรงบน iPad ได้ หน้าที่หลักๆ ของมันเลยมีไว้แค่อ่านคอนเทนต์และเข้าถึงบริการ Apple Fitness+ ซึ่งต้องจ่ายเงิน subscribtion รายเดือนประมาณ 300 กว่าบาท (หรือราวๆ 2,800 บาทต่อปี) ถ้าไม่ได้สมัครบริการนี้ไว้ แอปนี้ก็แทบไม่มีประโยชน์อะไรเลย สายสุขภาพในไทยส่วนใหญ่ใช้แอปฟรีอื่นๆ หรือดูคลิปออกกำลังกายใน YouTube ก็ตอบโจทย์ได้เหมือนกัน

Stocks (หุ้น)
การที่ Apple ใส่แอปติดตามหุ้นมาให้ตั้งแต่วันแรก อาจเพราะมองว่าคนใช้ iPad ต้องมีพอร์ตหุ้นให้ติดตามตลอด 24 ชั่วโมง แต่ในความเป็นจริง ผู้ใช้หลายคนในไทย โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา หรือคนที่ใช้ iPad ทำงานทั่วไป แทบไม่ได้แตะแอปนี้เลย ถ้าไม่ได้เป็นสายเทรดหุ้นจริงจัง ลบทิ้งไปแล้วเอาพื้นที่ไปโหลดแอปแต่งรูปหรือแอปจดโน้ตยังคุ้มกว่าเยอะ

การที่ Apple ใส่แอปติดตามหุ้นมาให้ตั้งแต่วันแรก อาจเพราะมองว่าคนใช้ iPad ต้องมีพอร์ตหุ้นให้ติดตามตลอด 24 ชั่วโมง แต่ในความเป็นจริง ผู้ใช้หลายคนในไทย โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา หรือคนที่ใช้ iPad ทำงานทั่วไป แทบไม่ได้แตะแอปนี้เลย ถ้าไม่ได้เป็นสายเทรดหุ้นจริงจัง ลบทิ้งไปแล้วเอาพื้นที่ไปโหลดแอปแต่งรูปหรือแอปจดโน้ตยังคุ้มกว่าเยอะ

Freeform
ภาพโปรโมตของ Apple ดูว้าวมาก เหมือนเป็นพื้นที่ปลดปล่อยไอเดีย วาดไดอะแกรม วาดบอร์ดความคิดได้อย่างอิสระ แต่ในชีวิตจริง มันใช้งานยากและดูชุลมุนไปนิด แถมการทำงานร่วมกับคนอื่น ทุกคนต้องใช้ อุปกรณ์ Apple เหมือนกันทั้งหมด ซึ่งในออฟฟิศหรือกลุ่มเพื่อนในไทยส่วนใหญ่ใช้ระบบผสมทั้ง Windows และ Android ทำให้แอปนี้ไม่ค่อยตอบโจทย์การทำงานจริง สู้ไปใช้แอปจดโน้ตยอดฮิตอย่าง Goodnotes, Notability หรือแม้แต่ Apple Notes ปกติยังใช้ง่ายและเป็นระเบียบกว่าเยอะ

ภาพโปรโมตของ Apple ดูว้าวมาก เหมือนเป็นพื้นที่ปลดปล่อยไอเดีย วาดไดอะแกรม วาดบอร์ดความคิดได้อย่างอิสระ แต่ในชีวิตจริง มันใช้งานยากและดูชุลมุนไปนิด แถมการทำงานร่วมกับคนอื่น ทุกคนต้องใช้ อุปกรณ์ Apple เหมือนกันทั้งหมด ซึ่งในออฟฟิศหรือกลุ่มเพื่อนในไทยส่วนใหญ่ใช้ระบบผสมทั้ง Windows และ Android ทำให้แอปนี้ไม่ค่อยตอบโจทย์การทำงานจริง สู้ไปใช้แอปจดโน้ตยอดฮิตอย่าง Goodnotes, Notability หรือแม้แต่ Apple Notes ปกติยังใช้ง่ายและเป็นระเบียบกว่าเยอะ




กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้















































