
ไม่มีอะแดปเตอร์ในกล่อง iPhone แท้จริงแล้วไม่ได้แย่
หน้าแรกTeeNee รอบรู้ มือถือ แท๊บเลต การใช้งาน ios (iphone, ipad) ไม่มีอะแดปเตอร์ในกล่อง iPhone แท้จริงแล้วไม่ได้แย่

ตัดหัวชาร์จออกจากกล่อง iPhone: จากดราม่าสู่การยอมรับที่ลงตัว
ไม่มีอะไรฟินเท่าการได้แกะกล่อง iPhone เครื่องใหม่ป้ายแดงที่ราคาแรงได้ใจและแพ็กเกจหรูหรา แต่สิ่งที่หายไปจากกล่องสีขาวคลีนๆ ยุคนี้คืออะแดปเตอร์ชาร์จไฟ Apple เคยใส่ทั้งหัวชาร์จ สายชาร์จ และหูฟัง wired EarPods มาให้แบบครบเซ็ต แต่ตอนนี้กลับเหลือแค่ตัวเครื่องกับสายชาร์จ สายเทคหลายคนในไทยแรกๆ ก็แอบเซ็ง แต่พอเวลาผ่านไป มันกลับไม่ได้แย่ขนาดนั้น
ยุคนี้หัวชาร์จกลายเป็นของเกินจำเป็น
Apple เริ่มตัดหัวชาร์จออกจากกล่องตั้งแต่เปิดตัว iPhone 12 เมื่อปลายปี 2020 ตอนนั้นกระแสต้านมาเต็ม เพราะคนรู้สึกเหมือนโดนตัดออปชันแต่ราคาเครื่องไม่ได้ลดลงเลย ทว่าพอมานั่งมองย้อนกลับไป มันเป็นการตัดสินใจที่ค่อนข้างสมเหตุสมผล เพราะแทบไม่มีใครใช้หัวชาร์จเต้าเดียวกำลังไฟน้อยๆ อีกแล้ว
ลองสำรวจตามบ้านหรือคอนโดยุคนี้ ส่วนใหญ่เลือกใช้ปลั๊กพ่วงแบบมีพอร์ต USB ในตัว หรือหัวชาร์จ GaN Multi-port ที่เสียบได้ทีเดียวหลายอุปกรณ์ ทั้งมือถือ สมาร์ทวอทช์ และหูฟังไร้สาย หัวชาร์จทรงลูกบาศก์จ่ายไฟเต่าบิน 5W แบบเดิมๆ ของ Apple จึงกลายเป็นแค่ของทับกระดาษ ยิ่งเวลาเดินทางท่องเที่ยวในไทย หัวชาร์จพอร์ตเดียวแทบไม่ได้อยู่ในตัวเลือกการแพ็กกระเป๋า ทุกคนหันไปพกอะแดปเตอร์ชาร์จเร็วแบบหลายช่องที่หาซูเปอร์ฟาสต์ชาร์จได้สะดวกกว่าเยอะ
รักษ์โลกของจริง หรือแค่เน้นลดต้นทุน?
เหตุผลหลักที่ Apple อ้างในการถอดอะแดปเตอร์และหูฟังออก คือการลดขยะอิเล็กทรอนิกส์และลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ การไม่มีหัวชาร์จทำให้กล่องบางลงเกือบครึ่ง เพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งเที่ยวละเยอะขึ้น แม้แง่หนึ่งจะช่วยดันยอดขาย AirPods ไร้สายไปในตัว แต่มองตามจริงแล้ว คนเปลี่ยนมือถือใหม่ส่วนใหญ่ก็มีหูฟังและสายชาร์จเต็มบ้านจนไม่รู้จะเอาไปเก็บไว้ไหนอยู่แล้ว
เปิด iPhone รุ่นใหม่ ใช้หัวชาร์จแบบไหนคุ้มสุด?
สำหรับ iPhone รุ่นใหม่ๆ ที่เปลี่ยนมาใช้พอร์ต USB-C ตั้งแต่ iPhone 15 เป็นต้นมา สามารถใช้หัวชาร์จหรือสาย USB-C อะไรก็ได้ที่มีอยู่ แต่ถ้าอยากเค้นสปีดการชาร์จให้ไวทันใจคนไทย แนะนำให้เลือกหัวชาร์จที่จ่ายไฟตรงกับสเปกเครื่อง
iPhone 15 Series: รองรับชาร์จไวสูงสุดประมาณ 27W
iPhone 16 Series: รองรับชาร์จไวสูงสุดประมาณ 30W (รวมถึง MagSafe รุ่นใหม่)
iPhone 17 Pro: รองรับระบบชาร์จไวพุ่งไปถึง 40W
การนำหัวชาร์จที่จ่ายไฟสูงกว่าสเปกเครื่องมาเสียบใช้งานไม่ได้ทำให้เครื่องพัง เพราะตัวเครื่องมีระบบดึงไฟเท่าที่รับได้อยู่แล้ว แนะนำให้ลงทุนกับหัวชาร์จ Multi-port สเปกดีๆ จ่ายไฟ 30W-65W ขึ้นไปไว้ติดบ้านสักตัว และพกเดินทางอีกสักตัว ตอบโจทย์ชีวิตยุคดิจิทัลได้จบและคุ้มค่าที่สุด ส่วนสาย USB-C ที่แถมมาในกล่อง เก็บใสเก๊ะไว้ให้ดี เพราะไม่แน่อนาคต Apple อาจจะตัดแถมสายชาร์จออกตามไปอีกสิ่งก็เป็นได้


กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้
















































