
เสียบสายชาร์จทิ้งไว้ vs ถอดออกบ่อยๆ แบบไหนพังไวกว่ากัน?
หน้าแรกTeeNee รอบรู้ มือถือ แท๊บเลต อุปกรณ์มือถือ อุปกรณ์ไอทีอื่นๆ เสียบสายชาร์จทิ้งไว้ vs ถอดออกบ่อยๆ แบบไหนพังไวกว่ากัน?

เคยเป็นกันไหมคะ? หันไปมองปลั๊กไฟข้างเตียงแล้วเห็นสายชาร์จเสียบค้างไว้เป็นแพรก็นึกสงสัยขึ้นมาว่า "นี่มันกำลังแอบดูดเงินในกระเป๋าเราอยู่หรือเปล่านะ?" ยิ่งยุคนี้ค่าไฟเมืองไทยก็ไม่ได้ถูกๆ หลายคนเลยเริ่มกลับมาคิดเล็กคิดน้อยกับพฤติกรรมเดิมๆ ซึ่งข้อมูลจากกระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ เขาระบุไว้เลยค่ะว่า ไอ้อาการ "ไฟสแตนด์บาย" หรือการเสียบปลั๊กทิ้งไว้เนี่ย มันแอบกินไฟเงียบๆ และรวมกันแล้วคิดเป็นสัดส่วนที่เยอะพอสมควรในแต่ละบ้านเลยล่ะค่ะ
พลังงานแวมไพร์... ดูดเงินเงียบๆ แบบไม่รู้ตัว
สังเกตง่ายๆ เลยค่ะ เวลาเราเสียบหัวชาร์จทิ้งไว้แล้วลองไปจับดู ถ้ามันมีความอุ่นนิดๆ หรือมีไฟดวงเล็กๆ ขึ้นมา นั่นแปลว่ามีกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านอยู่ตลอดเวลา ซึ่งในวงการเขาเรียกสิ่งนี้ว่า "พลังงานแวมไพร์" ที่คอยสูบไฟไปเรื่อยๆ แม้เราไม่ได้ใช้งานค่ะ
สรุปแล้วเสียเงินฟรีไปเท่าไหร่?
บอกตามตรงว่าหัวชาร์จรุ่นใหม่ๆ ในปัจจุบันค่อนข้างฉลาดค่ะ ถ้าไม่ได้เสียบชาร์จกับมือถือ มันจะกินไฟน้อยมากๆ คิดเป็นเงินไทยก็แค่ไม่กี่สตางค์หรือหลักไม่กี่บาทต่อเดือนเท่านั้นเองค่ะ แต่อย่าลืมนะคะว่าถ้าเราเสียบทิ้งไว้หลายๆ อัน นานเป็นปีๆ เงินส่วนนี้มันก็สะสมจนกลายเป็นก้อนใหญ่ขึ้นมาได้เหมือนกัน
เทคโนโลยีหัวแปลงยุคนี้ฉลาดขึ้นเยอะ
ถ้าเทียบกับหัวชาร์จหนาๆ หนักๆ สมัยก่อน หัวชาร์จทรงเรียบหรูที่เราใช้กันในไทยทุกวันนี้มีระบบวงจรที่พัฒนาขึ้นมากค่ะ ส่วนใหญ่จะมีระบบตรวจจับอัตโนมัติว่าตอนนี้มีมือถือเชื่อมต่ออยู่ไหม ซึ่งช่วยตัดและลดการใช้พลังงานส่วนเกินไปได้เยอะมากเลยค่ะ

เสียบค้างไว้ ไฟจะไหม้บ้านไหม?
ถ้าถามเรื่องความปลอดภัย ตราบใดที่ทุกคนใช้หัวชาร์จแท้ที่เป็นแบรนด์มาตรฐาน (หรือมีเครื่องหมาย มอก. ในบ้านเรา) การเสียบค้างไว้ก็ถือว่าปลอดภัยหายห่วงค่ะ แต่สิ่งที่เป็นภัยเงียบจริงๆ คือพวกสายชาร์จปลอมหรือของเลียนแบบราคาถูกที่ไม่ได้คุณภาพ พวกนี้มีสิทธิ์เกิดความร้อนสะสมจนเสี่ยงละลายหรือไฟฟ้าลัดวงจรได้ง่ายมากค่ะ
มีผลกับสุขภาพแบตเตอรี่มือถือหรือเปล่า?
การเสียบหัวชาร์จทิ้งไว้คาผนังโดยไม่ได้ต่อกับมือถือ ไม่ได้ส่งผลเสียหรือทำให้แบตเตอรี่โทรศัพท์เสื่อมเร็วขึ้นเลยค่ะ เพราะตัวการหลักที่ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมจริงๆ คือ "ความร้อน" ที่เกิดขึ้นระหว่างที่เรากำลังชาร์จต่างหาก
ผลกระทบต่อโลกในระยะยาว
ถ้ามองแค่บ้านเราหลังเดียว มันอาจจะเป็นแค่เรื่องเล็กๆ เงินไม่กี่บาท แต่ลองจินตนาการว่าถ้าคนไทยหรือคนทั้งโลกพร้อมใจกันเสียบสายชาร์จทิ้งไว้เป็นล้านๆ อัน พลังงานที่ถูกใช้ไปแบบเปล่าประโยชน์รวมกันมันจะมหาศาลขนาดไหน การถอดออกจึงเท่ากับช่วยลดการใช้พลังงานของประเทศได้อีกทาง
ของแท้ vs ของปลอม วัดกันที่ตรงไหน?
พวกสายชาร์จและหัวชาร์จโนเนมราคาประหยัด มักจะไม่มีระบบวงจรที่ซับซ้อนคอยตัดไฟเหมือนของแท้ ผลที่ตามมาคือมันอาจจะกินไฟมากกว่าปกติ และพังง่ายกว่าเครื่องประกอบศูนย์อย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ

มุมมองจากช่างไฟ: จุดนี้แหละที่คนมองข้าม!
สิ่งที่ช่างไฟส่วนใหญ่สะกิดเตือนไม่ใช่เรื่องค่าไฟค่ะ แต่เป็นเรื่อง "ความสึกหรอของเต้ารับ" เพราะการที่เราดึงปลั๊กเข้าๆ ออกๆ บ่อยเกินไป ทุกวัน เช้า-เย็น จะทำให้แผ่นทองเหลืองข้างในปลั๊กหลวมได้ ซึ่งปลั๊กที่หลวมเนี่ยแหละตัวดีที่ทำให้เกิดประกายไฟและอันตรายยิ่งกว่าเดิมค่ะ
สมาร์ทปลั๊ก (Smart Plug) ทางออกของคนยุคใหม่
สำหรับใครที่อยากเซฟทั้งค่าไฟและอยากได้ความสบายใจ ลองหา "สมาร์ทปลั๊ก" มาใช้ดูค่ะ ในไทยตอนนี้หาซื้อง่ายและฮิตมาก เราสามารถสั่งตัดไฟผ่านแอปในมือถือได้เลยโดยไม่ต้องไปคอยดึงปลั๊กเข้าออกให้เต้ารับพังด้วยค่ะ
เช็กป้ายก่อนซื้อ
เดี๋ยวนี้หัวชาร์จรุ่นใหม่ๆ มักจะมีใบรับรองหรือฉลากประหยัดไฟที่ยืนยันว่ากินไฟสแตนด์บายต่ำมากๆ เวลาจะเลือกซื้ออุปกรณ์เสริมชิ้นต่อไป ลองเช็กสเปกตรงนี้สักนิด จะช่วยให้ได้ของที่คุ้มค่าที่สุดค่ะ
ฟันธงส่งท้ายจากผู้เชี่ยวชาญ
ถ้าถามว่าจะเอายังไงดี? คำตอบคือ ถ้าสายชาร์จของคุณเป็นของแท้แบรนด์มาตรฐาน การเสียบค้างไว้ไม่ได้สร้างความเสียหายอะไรเลยค่ะ เว้นเสียแต่ว่าคุณอยากจะประหยัดเงินทุกบาททุกสตางค์จริงๆ หรือสภาพระบบไฟในบ้านค่อนข้างเก่า แนะนำให้ถอดออกหรือใช้ปลั๊กพ่วงแบบมีสวิตช์แยกเปิด-ปิด จะตอบโจทย์และปลอดภัยที่สุดค่ะ





กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้
















































Love Attack เทศกาลความรักแบบนี้ บอกอ้อมๆให้เขารู้กัน
Chocolate Dreams สาวชั่งฝันและช็อคโกแลต กับหนุ่มหล่อ ไม่แน่คุณอาจจะได้เจอแบบนี้ก็ได้
Love You Like Crazy เพลงเพราะๆ ที่ถ้าส่งให้คนที่เรารัก โลกนี้ก็สีชมพูกันทีเดียว