ทำไมกล้องSamsungตัวเก่า ชนะ iPhone 16 Pro?


ทำไมกล้องSamsungตัวเก่า ชนะ iPhone 16 Pro?


หลายคนคงคิดว่ากล้อง iPhone ต้องดีกว่ามือถือแอนดรอยด์รุ่นเก่าๆ อยู่แล้วใช่ไหม เพราะ Apple เขาดังเรื่องกล้องมาเกือบยี่สิบปี ถ้าเอามาเทียบกับ Samsung Galaxy S22 Plus ที่ออกมาตั้งปี 2022 ไอโฟนก็น่าจะชนะขาดลอย

แต่ความจริงไม่เป็นแบบนั้นเลย เพราะอัปเดตซอฟต์แวร์ที่ปล่อยออกมาเรื่อยๆ บวกกับฟีเจอร์กล้องล้ำๆ ทำให้ Samsung เครื่องเก่าอายุ 4 ปีตัวนี้ ยังสามารถเอาชนะ iPhone 16 Pro ในไทยได้หลายเรื่องเลยล่ะ นอกจากเลนส์กล้องของ Samsung รุ่นเก่าจะยังคมชัดสู้ไอโฟนรุ่นใหม่ๆ ได้สบายแล้ว ในตลาดไทยเอง Samsung ก็ยังจัดเต็มเรื่องโหมดโปรและเครื่องมือการถ่ายภาพที่หลากหลาย ทำให้การถ่ายรูปและวิดีโอดูโปรและสนุกกว่ามาก

1. โหมด Single Take ของ Galaxy คือที่สุด ไม่ต้องเลือกสลับภาพนิ่งกับวิดีโอให้ปวดหัว

ปกติเวลาเจอช็อตเด็ด เรามักจะลังเลว่าจะกดถ่ายรูปหรือถ่ายวิดีโอดี แถมยังต้องมานั่งเลือกเลนส์อีกว่าจะใช้เลนส์กว้างหรือเลนส์ซูม จนบางทีพลาดจังหวะสำคัญไปเลย แต่ฟีเจอร์ Single Take ใน Samsung ช่วยจบปัญหานี้ได้แบบเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะสาวก Galaxy เท่านั้น (เข้าใส่ง่ายๆ แค่ไปที่แอปกล้อง > เพิ่มเติม > Single Take)

พอเรากดถ่าย โหมดนี้จะเก็บภาพและวิดีโอให้เรายาว 10 วินาที โดยใช้มุมกล้องและเลนส์ที่หลากหลาย จากนั้นมันจะเลือกช็อตที่ดีที่สุดมาตัดต่อเป็นคลิปสั้นๆ พร้อมใส่เพลงพื้นหลังให้อัตโนมัติ เป็นวิธีเซฟความทรงจำที่สนุกมาก ซึ่ง iPhone ไม่มีฟีเจอร์แบบนี้เลย เว้นแต่จะต้องไปโหลดแอปอื่นแยกเอาเอง

2. โหมด Pro และ RAW ของ Samsung ทำได้เหนือกว่า ฝั่งแอปเปิ้ลยังกั๊กอยู่

iPhone ไม่มีโหมด Pro ที่เปิดให้เราปรับค่าต่างๆ ได้ละเอียดเท่า Samsung เลย ฝั่ง Samsung ปรับได้หมดทั้ง ISO, สปีดชัตเตอร์, ไวต์บาลานซ์ ยันโหมดวัดแสง ส่วน iPhone ปรับได้แค่ชดเชยแสงกับล็อกโฟกัสเท่านั้น หน้าตาเมนูของ Samsung แม้จะเป็นรุ่น S22 Plus ก็ทำออกมาดีมาก มีแถบสไลด์ใหญ่ๆ ให้ปรับง่ายๆ และมีกราฟฮิสโตแกรมให้ดูบาลานซ์แสงสดๆ ตอนถ่ายด้วย

นอกจากนี้ยังมีแอป Expert RAW ที่ช่วยเพิ่มความลึกของสีได้ถึง 16 บิต เก็บรายละเอียดสีได้เป็นล้านๆ เฉด และปรับแต่งระยะเบลอหลังในโหมดพอร์ตเทรตให้เนียนตาเหมือนใช้กล้อง DSLR เลย ส่วนการถ่ายไฟล์ RAW เพื่อเอาไปแต่งรูปต่อแบบไม่เสียรายละเอียด ทั้งสองแบรนด์ทำได้เหมือนกัน แต่ฝั่ง Samsung จะแต่งได้ยืดหยุ่นและสนุกกว่ามาก

3. โหมดวิดีโอพอร์ตเทรตของ Samsung เริ่ดมาก ลูกเล่นเพียบ

ถึงแม้ iPhone จะมีโหมดภาพยนตร์ (Cinematic Video) ที่ช่วยละลายหลังในวิดีโอมาให้ แต่ผลลัพธ์ยังไม่ค่อยตอบโจทย์เท่าไหร่ เพราะระบบมักจะคิดแทนเราว่าต้องโฟกัสตรงไหน จนเราต้องคอยเอานิ้วไปจิ้มหน้าจอเปลี่ยนโฟกัสอยู่ตลอด

ตัดภาพมาที่โหมดวิดีโอพอร์ตเทรตของ Samsung (เข้าที่แอปกล้อง > เพิ่มเติม > วิดีโอพอร์ตเทรต) แค่แพนกล้องไปที่คน ระบบจะแยกคนออกจากฉากหลังทันที และมีลูกเล่นให้เล่นเยอะมาก เช่น โหมด Colorpoint ที่จะดูดสีฉากหลังให้เป็นขาวดำแต่ตัวคนยังคงมีสีสันอยู่ หรือจะเลือกเบลอหลังแบบบิ๊กเซอร์เคิลก็ทำได้ แถมยังปรับระดับความเบลอได้ตามใจชอบ ซึ่ง iPhone ปรับแต่งอะไรแบบนี้ไม่ได้เลย

4. ระยะซูม 3 เท่าของ Galaxy ใช้งานจริงในชีวิตประจำวันได้ดีกว่า

เรื่องนี้อาจจะดูค้านสายตาหลายคนนิดนึง เพราะ iPhone ตัว Pro ส่วนใหญ่จะให้ระยะซูมมาที่ 5 เท่า ซึ่งเวลาเอามาถ่ายรูปจริงในไทย ไม่ว่าจะถ่ายคาเฟ่หรือถ่ายอาหาร ระยะ 5 เท่ามันแคบและซูมเข้าไปลึกเกินไปจนไม่เห็นบรรยากาศรอบๆ ถ้าอยากได้ภาพกว้างหน่อยก็ต้องเดินถอยหลังออกมาไกลมาก แต่ Samsung S22 ให้ระยะซูมมาที่ 3 เท่า ซึ่งเป็นระยะที่กำลังพอดีกับการถ่ายรูปทั่วไป ได้ภาพซูมที่คมชัดระดับออปติคอลโดยที่เก็บเรื่องราวรอบข้างได้ครบถ้วนกว่าชัดเจน

กล้องมือถือยุคนี้ไม่ใช่แค่เรื่องความคมชัดอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของความหลากหลายในการใช้งานด้วย ถึงแม้ iPhone 16 Pro จะถ่ายภาพออกมาได้สวยเป๊ะและเสถียรกว่าในหลายๆ สถานการณ์ แต่ถ้าพูดถึงความคุ้มค่า ความหลากหลายในการถ่ายภาพ และความสนุกในการใช้งานแล้ว Samsung Galaxy รุ่นเก่าอายุ 4 ปีเครื่องนี้ก็ยังถือไพ่เหนือกว่าอยู่ดี



ทำไมกล้องSamsungตัวเก่า ชนะ iPhone 16 Pro?

เครดิต :
เครดิต : ที่นี่ดอทคอม ทันทุกเรื่องฮิต


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์