
อย่าทำ! ถามAIแบบนี้ เสี่ยงโดนฟ้อง แถมหลักฐานมัด

หลายคนอาจจะคิดว่าแชตที่คุยกับ AI เป็นเรื่องส่วนตัว แต่ในความเป็นจริงแล้ว ข้อความเหล่านั้นไม่ได้มีกฎหมายคุ้มครองความลับเหมือนการคุยกับหมอหรือทนาย และอาจถูกนำไปใช้เป็นหลักฐานในศาลได้
ช่วงกลางปี 2025 ศาลสหรัฐฯ เคยสั่งให้ OpenAI ส่งมอบประวัติการคุยของผู้ใช้มากกว่า 20 ล้านรายการที่เคยถูกลบไปแล้ว เพื่อใช้ประกอบคดี และยังพบว่ามีคดีความอีกหลายคดีที่เริ่มนำข้อความจากแชตโบตมาใช้เป็นหลักฐานอย่างเป็นทางการ
ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ ระบบ AI บางตัวสามารถสแกนข้อความและแจ้งตำรวจได้เอง เช่น กรณีของหญิงสาวในฟลอริดาที่ใช้ AI พิมพ์ระบายเหมือนเป็นไดอารี่ส่วนตัว แต่ระบบกลับตรวจพบความผิดปกติและส่งเรื่องให้ตำรวจเข้าตรวจสอบทันที
ผลการสำรวจพบว่า คนส่วนใหญ่ถึง 75% ไม่เคยรู้เลยว่าประวัติการคุยกับ AI สามารถถูกหมายศาลเรียกดูได้ และเข้าใจผิดว่าการกดลบข้อความจะทำให้ข้อมูลหายไปจริง ทั้งที่ในทางกฎหมายและนโยบายความเป็นส่วนตัว บริษัทสามารถเก็บข้อมูลไว้ได้หากมีคำสั่งจากศาล
นอกจากนี้ การพิมพ์เล่าเรื่องของคนอื่นลงใน AI ก็อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่รู้ตัว เพราะเป็นการเอาข้อมูลของบุคคลที่สามไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับยินยอม
สำหรับในประเทศไทย เทคโนโลยี AI และแชตโบตกำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ทั้งในการทำงานและการใช้งานส่วนตัว ซึ่งกรณีนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับคนไทยเช่นกันว่า ไม่ควรพิมพ์ข้อมูลที่สำคัญ ความลับสุดยอด หรือเรื่องสุ่มเสี่ยงลงในระบบ AI เพราะข้อมูลเหล่านี้อาจถูกบันทึกไว้ในเซิร์ฟเวอร์ และอาจนำมาซึ่งปัญหาทางกฎหมายในอนาคตได้



กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้















































