Gmail มี Gemini ไว้ทำไม? นี่ล่ะฟีเจอร์ลับที่แท้ทรู!


Gmail มี Gemini ไว้ทำไม? นี่ล่ะฟีเจอร์ลับที่แท้ทรู!


    Google ยัด Gemini เข้ามาอยู่ในแถบข้างๆ ของ Gmail ตั้งแต่ปี 2024 แล้วขยายความสามารถมาเรื่อยๆ มีทั้งช่องแชทไว้สรุปอีเมล ร่างข้อความตอบกลับ หรือสร้างรูปกวนๆ เล่น พอพูดถึง Gemini ใน Gmail คนส่วนใหญ่ก็มักจะอวดฟีเจอร์หวือหวาพวกนี้กัน แต่หลังจากลองใช้จริงมาหลายเดือน ฟีเจอร์ที่ได้ใช้บ่อยที่สุดกลับไม่ใช่สิ่งที่เอาไว้โชว์เท่ แต่มันคือการ "ค้นหา"

ช่องค้นหาเดิมของ Gmail ถือว่าเร็วและแม่นยำอยู่แล้ว ขอแค่จำคีย์เวิร์ดได้ก็หาเจอเกือบหมด ปัญหาไม่ได้อยู่ตรงที่หาไม่เจอ แต่อยู่ที่ว่าพอเจอแล้วยังต้องกดเข้าไปนั่งอ่าน แกะเนื้อหาผ่านกองแถบโฆษณาหรือข้อความกฎหมายยาวเหยียด เพื่อหาข้อมูลแค่บรรทัดเดียวที่ต้องการ

Gemini มาตัดปัญหานั้นทิ้ง เพราะมันอ่านอีเมลแทนเรา แล้วดึงคำตอบมาให้ทันที

อย่างช่วงก่อนหน้านี้ Google ส่งส่วนลดพิเศษสำหรับ Google Pixel 11 เข้ามาในกล่องข้อความ ซึ่งไม่รู้เลยว่าอีเมลส่งมาตอนไหนหรือหัวข้อว่าอะไร ถ้าใช้การค้นหาแบบเดิมก็คงหาเจอ แต่ยังต้องกดเข้าไปนั่งหาตัวโค้ดเอง พอเปลี่ยนมาใช้ Gemini แค่พิมพ์บอกไปว่า "ขอโค้ด Pixel 11 หน่อย" มันก็ไปลากโค้ดส่วนลดออกมาวางให้ในแชททันที แค่ก๊อปไปวางในตะกร้าสินค้าบน Google Store ประเทศไทย ก็จบเลย ไม่ต้องเสียเวลานั่งอ่านเองสักนิด

นอกจากเรื่องโค้ดส่วนลดแล้ว มันยังเอาไปใช้ทำอย่างอื่นได้อีกเยอะมาก:

นัดหมายและประชุม:
แทนที่จะต้องกดหาบัตรเชิญเข้าประชุมทีละอัน แค่ถาม Gemini หาชื่อนัดหมาย มันก็ดึงลิงก์ วัน และเวลาออกมาให้ครบ

รวบรวมโค้ดส่วนลด:
ลองสั่งให้มันรวบรวมโค้ดส่วนลดทั้งหมดในอีเมล มันลากออกมาหมด ตั้งแต่โค้ดตั๋วเครื่องบิน โค้ดร้านค้า ไปจนถึงโปรโมชั่นสินค้าต่างๆ พร้อมบอกด้วยว่ามาจากอีเมลฉบับไหน

เช็กประวัติสั่งอาหาร:
ลองดึงข้อมูลรายการสั่งซื้ออาหารย้อนหลัง มันก็เรียงตามวันให้เรียบร้อย แถมยังทักบอกด้วยว่ามีออเดอร์นึงถูกยกเลิกไป ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ตอนแรกไม่ได้สังเกตด้วยซ้ำ

ลงปฏิทินให้อัตโนมัติ:
พอมีอีเมลแจ้งงานลดราคาเข้ามา แค่สั่งให้ Gemini เพิ่มลงใน Google Calendar มันก็จัดการบันทึกวันเวลาให้เลยโดยไม่ต้องสลับแอป

หาเอกสารสำคัญ:
ไม่ว่าจะเป็นเรซูเม่ที่เคยส่งไป ใบรับประกันสินค้า ใบเสร็จซื้อของ หรือประวัติเอารถเข้าศูนย์ ก็แค่พิมพ์อธิบายสิ่งที่หา มันก็ดึงไฟล์ออกมาให้โดยไม่ต้องจำชื่อคนส่ง

รวบรวมรหัส OTP:
ดึงรหัสยืนยันตัวตนที่ซ่อนอยู่ในกองอีเมลรกๆ ได้สบายๆ

เรื่องการใช้งานจริง ระบบจะขึ้นอยู่กับแพ็กเกจที่สมัครไว้ สำหรับคนที่ใช้ Google AI Plus จะมีไอคอนประกายเพชรเล็กๆ ขึ้นข้างรูปโปรไฟล์ พอกดแล้วจะมีช่องแชทเปิดขึ้นมา ส่วนคนที่ใช้แพ็กเกจ Google AI Pro หรือ Ultra บางพื้นที่ หน้าต่างแชทข้างๆ อาจถูกเปลี่ยนเป็นระบบ AI ที่ฝังเนียนไปกับปุ่มเขียนอีเมลแทน โดยต้องใช้บัญชีบุคคลธรรมดาที่สมัครแพ็กเกจ AI Plus, Pro, Ultra หรือบัญชี Google Workspace สำหรับการทำงาน และผู้ใช้ต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป

แม้จะมีแอป Gemini แยกต่างหากให้ใช้ แต่การใช้งานใน Gmail โดยตรงสะดวกกว่ามาก เพราะไม่ต้องสลับหน้าจอไปมา และทำงานได้เร็วกว่าเนื่องจากระบบโฟกัสกับข้อมูลในกล่องข้อความโดยเฉพาะ

ส่วนฟีเจอร์สร้างรูปอย่าง Nano Banana ถึงจะดูว้าวตอนสาธิต และสร้างรูปแมวใส่หมวกออกมาได้สวยงาม แต่ในการทำงานจริงในอีเมลแทบไม่มีโอกาสได้ใช้เลย

จุดเดียวที่ยังรู้สึกขัดใจคือ Gemini ใน Gmail ยังไม่รองรับการสั่งงานด้วยเสียง ทุกอย่างยังต้องพิมพ์เอาทั้งหมด ซึ่งแปลกมากสำหรับ Google ที่ใส่ระบบสั่งงานด้วยเสียงมาให้แทบทุกแอป

สุดท้ายแล้ว ความงดงามของ Gemini ใน Gmail ไม่ใช่ความหวือหวาของการเจนรูป แต่มันคือการทำให้ระบบค้นหาในอีเมลทำงานแทนเราได้จริงๆ จนไม่อยากกลับไปนั่งกดอ่านอีเมลทีละฉบับอีกเลย



Gmail มี Gemini ไว้ทำไม? นี่ล่ะฟีเจอร์ลับที่แท้ทรู!

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์