วงการวิทยาศาสตร์สั่นสะเทือน! AI เริ่มเขียนวิจัยเองแล้ว


วงการวิทยาศาสตร์สั่นสะเทือน! AI เริ่มเขียนวิจัยเองแล้ว


เก่งแต่ปากยังไม่พอ! เผยเหตุผลขำๆ ทำไม AI สายวิทย์ถึงยังสู้มนุษย์จริงๆ ไม่ได้?


ช่วงนี้วงการ AI ขยับไปไกลมาก ล่าสุดมีระบบ AI สายด็อกเตอร์โผล่มาช่วยนักวิทยาศาสตร์ทำงานแล้ว ซึ่งถ้าพูดถึงการค้นพบสิ่งใหม่ๆ ในโลก มักจะต้องใช้ความรู้เฉพาะทางแบบลึกซึ้งมากๆ แถมต้องเชื่อมโยงข้อมูลที่กระจัดกระจายเข้าด้วยกัน นักวิทย์เลยลองเอา AI เข้ามาช่วยเบาแรง ทั้งคิดไอเดีย สรุปงานวิจัยเก่าๆ หรือช่วยวิเคราะห์ข้อมูล

ตอนนี้มีสตาร์ตอัปอย่าง Sakana AI และสถาบันต่างๆ พยายามจะทำให้ AI รันกระบวนการวิทยาศาสตร์ได้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะในต่างประเทศที่มีการจัดงานรวมตัวโชว์ผลงานวิจัยที่เขียนโดย AI ล้วนๆ มีตั้งแต่เรื่องวิศวกรรมเครื่องกล การออกแบบโปรตีน ไปจนถึง AI ตัวแสบที่ตั้งใจเขียนงานวิจัยปลอมแต่ดูเนียนตาขึ้นมา

เรื่องนี้ทำเอาคนในวงการแอบกังวล เพราะมันทำให้มีงานวิจัยปริมาณเยอะขึ้นจริง แต่คุณภาพกลับต่ำลง แถมยังเจอเคสอ้างอิงแหล่งข้อมูลมั่วซั่ว หรือใช้ภาพปลอมประกอบในงานวิจัยที่ตีพิมพ์แล้วด้วย

ล่าสุดในวารสาร Nature มีการเปิดตัว AI 2 ตัวใหม่ คือ Robin จาก Future House และ Co-Scientist จาก Google DeepMind ซึ่งเป็นระบบแบบ "Multi-agent" หรือการรวมทีม AI หลายๆ ตัวที่เก่งคนละด้านมาทำงานร่วมกัน โดยมี AI หัวหน้าคอยสั่งการอีกทีCo-Scientist จะเน้นงานสายคิดวิเคราะห์ จำลองตัวเองเป็นคนตรวจงานวิจัย คอยโต้เถียงเพื่อหาไอเดียที่ดีที่สุด ล่าสุดลองจับมาช่วยหาตัวยารักษามะเร็งเม็ดเลือดขาว (AML) โดย AI เลือกมา 30 ตัว แล้วส่งให้คุณหมอที่เป็นมนุษย์คัดเหลือ 5 ตัวพอเอาไปเข้าแล็บทดลองจริง ก็พบว่ามี 3 ตัวที่ได้ผลดี และมีอยู่ตัวหนึ่งที่ดูมีอนาคตมากๆ

Robin จะถนัดเรื่องการหาไอเดียเปลี่ยนประเภทกลุ่มยารักษาโรค AI ตัวนี้ลองหาทางรักษาโรคจอประสาทตาเสื่อมในผู้สูงอายุ เสนอชื่อยามา 30 ตัวเหมือนกัน และให้มนุษย์ช่วยคัดเหลือ 5 ตัว เอาไปทดลองจนเจอตัวยาที่น่าสนใจ 2 ตัว

เทคโนโลยีแบบนี้ถ้าตัดภาพมาที่ประเทศไทย ก็น่าสนใจมากว่าสถาบันวิจัยหรือมหาวิทยาลัยในไทยจะนำระบบ AI ตัวช่วยอัปเกรดแบบนี้มาปลดล็อกการคิดค้นยาสมุนไพรไทย หรือช่วยวิเคราะห์ข้อมูลโรคระบาดในท้องถิ่นได้เร็วขึ้นขนาดไหน เพราะปกติบ้านเรามีฐานข้อมูลวิจัยเยอะมาก แต่อาจจะยังขาดกำลังพลในการย่อยข้อมูลมหาศาลเหล่านี้

แต่ถามว่า AI พวกนี้เก่งจนแย่งงานมนุษย์ได้เลยไหม? คำตอบคือยัง เพราะสุดท้าย AI ก็ทำได้แค่เชื่อมโยง "ภาษาและตัวหนังสือ" เข้าด้วยกัน แต่โลกความเป็นจริงมันซับซ้อนกว่านั้นเยอะ พวกรีพอร์ตสถิติหรือข้อมูลเชิงลึกบางอย่าง AI ก็ยังตอบผิดๆ ถูกๆ และที่สำคัญคือ AI ยังลงมือทำแล็บจริงไม่ได้ การตั้งโจทย์ การตรวจสอบความถูกต้อง และการทดลองในโลกจริง ยังต้องพึ่งพาสมองและสองมือของมนุษย์อยู่ดี


เครดิต :
เครดิต : ที่นี่ดอทคอม ทันทุกเรื่องฮิต


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์