
โดนเข้าให้! ฝรั่งเจอดี AI เอาเบอร์มือถือไปแจกคนแปลกหน้า

เวลาเราคุยกับแชตบอตอย่าง ChatGPT อย่าเพิ่งคิดว่าคุยกันในพื้นที่ส่วนตัวนะ เพราะส่วนใหญ่แล้ว แชตบอตจะเอาสิ่งที่เราคุยไปเทรน AI ต่อ หรือต่อให้เรากดปิดฟังก์ชันเทรน หรือใช้โหมดแชตชั่วคราว ข้อมูลพวกนี้ก็ยังถูกเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทอยู่ดี กฎเหล็กคืออะไรที่ไม่ยากให้คนอื่นรู้ ก็อย่าพิมพ์บอก AI เด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นความลับบริษัทหรือเรื่องส่วนตัว แต่ประเด็นคือ ถ้า AI มันรู้เบอร์โทรศัพท์ของเราอยู่แล้วล่ะ? แล้วถ้าจู่ๆ มีคนไปถามเอาเบอร์เราจากมัน แล้วมันยอมให้ง่ายๆ จะทำยังไง?
เรื่องนี้เริ่มเป็นกระแสหลังจาก ไอลีน กัว จาก MIT Technology Review ออกมารายงานว่า
มีผู้ใช้หลายคนเจอแชตบอตแจกข้อมูลส่วนตัว เช่น เบอร์โทรศัพท์ ให้กับคนอื่นที่ทักมาถาม บางเคสเจ้าตัวลองถามเองแล้วมันก็บอก แต่บางเคสกลายเป็นคนแปลกหน้าที่ได้ข้อมูลไปเฉยเลย อย่างวิศวกรซอฟต์แวร์คนหนึ่งในอิสราเอล จู่ๆ ก็มีคนแปลกหน้าทัก WhatsApp มาขอให้ช่วยเรื่องแอปจ่ายเงิน พอถามว่าไปเอาเบอร์มาจากไหน คนนั้นก็ส่งรูปแคปหน้าจอมาให้ดูเลยว่า ได้มาจาก Gemini นั่นแหละ ซึ่งพอลองไปสืบดู ปรากฏว่าเบอร์นี้เคยถูกโพสต์ไว้ในเว็บ Quora ตั้งแต่ปี 2558 เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
แล้ว AI ไปเอาข้อมูลพวกนี้มาจากไหน? คำตอบคือพวกมันถูกเทรนด้วยข้อมูลมหาศาลจากอินเทอร์เน็ต ดังนั้น เว็บบอร์ดเก่าๆ หรือโพสต์ที่เราเคยลงไว้เมื่อสิบปีก่อนก็มีสิทธิ์ถูกดูดเข้าไปอยู่ในระบบได้เหมือนกัน และถึงแม้จะไม่ได้อยู่ในชุดข้อมูลที่ใช้เทรน แต่ AI ทุกวันนี้ก็เสิร์ชเน็ตแบบเรียลไทม์ได้มาตั้งนานแล้ว มันสามารถค้นหาเว็บต่างๆ ได้ไวและลึกมาก ถ้ามันเจอข้อมูลของเรา มันก็พร้อมจะเอามาตอบทันที
ปัญหาที่แท้จริงคือ ข้อมูลของเรามันกระจายอยู่ทั่วอินเทอร์เน็ตโดยที่เราไม่รู้ตัว บางทีอาจจะอยู่ในเว็บหน่วยงานราชการหรือเทศบาล ซึ่งถ้าเราหาใน Google ปกติอาจจะไม่เจอในหน้าแรกๆ แต่เพราะ AI มันมีความสามารถในการค้นหาแบบเจาะลึก (Deep Dive) มันเลยขุดเจอข้อมูลที่อยู่ลึกมากๆ แล้วเอามาเปิดเผยได้ง่ายๆ
จริงๆ แล้ว แชตบอตส่วนใหญ่จะมีระบบความปลอดภัยคอยบล็อกเรื่องพวกนี้อยู่ อย่างตอนที่ลองถาม ChatGPT ว่าเบอร์ของ เจก ปีเตอร์สัน คือเบอร์อะไร มันก็ปฏิเสธที่จะตอบ โดยบอกว่าขัดต่อโยบายความเป็นส่วนตัว แต่ระบบนี้ก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะมีเคสนักศึกษาปริญญาเอกคนหนึ่งลองเสิร์ชหาข้อมูลเพื่อนใน Gemini ปรากฏว่ามันส่งผลงานวิจัยพร้อมเบอร์โทรศัพท์ของเพื่อนคนนั้นมาให้เลย ซึ่งเพื่อนก็ยอมรับว่าเคยให้เบอร์ไว้ตอนไปร่วมเวิร์กชอปเทคโนโลยี แต่ไม่คิดว่า AI จะเอามาแจกให้คนอื่นแบบนี้ สำหรับผู้ใช้ในไทยเองก็ต้องระวัง เพราะระบบคัดกรองภาษาไทยของ AI บางตัวอาจจะยังไม่เสถียรเท่าภาษาอังกฤษ ทำให้มีโอกาสที่ข้อมูลส่วนตัวหลุดรอดออกมาได้ง่ายกว่า
ถ้าอยากลบข้อมูลออกจากระบบ AI จะทำได้ไหม? บอกเลยว่ายากมาก OpenAI มีช่องทางให้ส่งคำร้องขอประกาศลบข้อมูลส่วนตัวได้ แต่เขาก็มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธ ส่วน Anthropic มีแค่เอกสารอธิบายการใช้ข้อมูล ขณะที่ Google จะยอมให้กดคัดค้านการนำข้อมูลไปประมวลผลได้เฉพาะบางประเทศที่มีกฎหมายคุ้มครองเข้มงวด เช่น ในยุโรปหรืออังกฤษ ส่วนในไทยแม้จะมีกฎหมาย PDPA (พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) คอยคุ้มครองอยู่ แต่อาจจะต้องใช้เวลาและขั้นตอนในการประสานงานกับบริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติเหล่านี้พอสมควร
วิธีที่ทำได้ดีที่สุดตอนนี้คือ พยายามลบข้อมูลส่วนตัวออกจากอินเทอร์เน็ตให้ได้มากที่สุด หรือใช้บริการเครื่องมือช่วยลบข้อมูล (Data Removal Tools) อย่าง Incogni หรือ DeleteMe เพื่อตัดไฟแต่ต้นลมไม่ให้ AI ไปเสิร์ชเจอ แต่ถ้าข้อมูลหลุดเข้าไปอยู่ในชุดข้อมูลเทรนหลักของพวกมันแล้ว ก็แทบจะทำอะไรไม่ได้เลย ความเป็นจริงที่น่าเศร้าคือ เทคโนโลยี AI มันโตไวเกินกว่าที่กฎหมายความเป็นส่วนตัวจะตามทัน สิ่งที่เราทำได้ตอนนี้คือคอยเช็กและขอให้ลบข้อมูลออก หรือถ้ามันแย่จนสายโทรเข้ากวนใจไม่ไหวจริงๆ สุดท้ายก็อาจจะต้องยอมเปลี่ยนเบอร์มือถือใหม่เลย



กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้
















































Love illusion ความรักลวงตา เพลงที่เข้ากับสังคมonline
Love illusion Version 2คนฟังเยอะ จนต้องมี Version2กันทีเดียว
Smiling to your birthday เพลงเพราะๆ ไว้ส่งอวยพรวันเกิด หรือร้องแทน happybirthday