
ส่องพฤติกรรมคนทั่วโลกที่ทำกับ ChatGPT จน OpenAI ยังอึ้ง

ข้อมูลชุดใหม่ที่ OpenAI (เจ้าของ ChatGPT) เพิ่งปล่อยออกมาจากแคมเปญ Signals ซึ่งเขาไปขุดดาต้าแชทหลักล้านข้อความช่วงกลางปี 2024 จนถึงสิ้นปี 2025 มาวิเคราะห์ว่าคนทั่วไปคุยอะไรกับ AI บ้างตอนที่ "ไม่ได้ทำงาน"
ผลที่ออกมาคือมันมีความเป็นมนุษย์สูงมาก จนแทบจะไม่เหมือนการคุยกับหุ่นยนต์แล้ว โดยเขาแบ่งพฤติกรรมคนใช้ออกเป็น 3 สายหลักๆ:
สายถาม (Asking): เน้นหาข้อมูล อยากรู้อะไรก็ถามไปตรงๆ
สายทำ (Doing): ให้ AI ช่วยผลิตงาน เขียนโน่นทำนี่ให้
สายระบาย (Expressing): อันนี้แหละที่พีค เพราะคนเริ่มหันมาแชร์ความรู้สึก ความเห็น หรือแค่ "อยากบ่น" เฉพาะแค่หมวดนี้หมวดเดียวก็มีสัดส่วนเยอะขึ้นเรื่อยๆ จนไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไปแล้วเจาะลึกสายบ่น: ไม่ใช่แค่ดราม่า แต่มันคือการ "ระดมสมองกับตัวเอง"
หมวด Expressing ไม่ได้มีแค่คนอกหักมานั่งเพ้อ แต่มันรวมถึงตอนที่เรามีความคิดแวบขึ้นมาในหัวแล้วไม่รู้จะไปลงที่ไหน หรืออยากลองโยนความเห็นเล่นๆ ดูว่า AI จะคิดยังไง กลายเป็นว่า ChatGPT กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยในการ "คิดเสียงดัง" (Think out loud) ให้คนได้ทบทวนตัวเอง
ใครใช้ ChatGPT มากที่สุด?
Gen Z และ Millennials ยืนหนึ่ง:กลุ่มอายุ 18-34 ปี คือกลุ่มที่ใช้ ChatGPT แบบส่วนตั๊วส่วนตัวที่สุด ไม่ได้มองว่ามันเป็นแค่เครื่องมือทำงาน แต่มองเป็นพื้นที่พักใจหรือเพื่อนคู่คิด
ฟรี vs จ่ายเงิน: คนใช้ฟรีกับคนเสียเงิน (เดือนละประมาณ 700 กว่าบาท) ก็มีพฤติกรรมต่างกัน คนที่ยอมควักเงินจ่ายมักจะดึงศักยภาพ AI มาช่วยเรื่องงานมากกว่า แต่ข้อมูลนี้ยังไม่รวมพวกลูกค้าองค์กรนะ ถ้าสรุปภาพรวมจริงๆ ยอดการใช้ทำงานน่าจะพุ่งสูงกว่านี้อีก
เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
OpenAI จัดอันดับประเทศที่ใช้งานต่อหัวเยอะที่สุดด้วย (แต่ไม่นับรวม จีน, รัสเซีย, เกาหลีเหนือ เพราะเขาไม่ได้เปิดให้ใช้)
มีการเก็บสถิติตามชื่อ (Name Based) เพื่อดูแนวโน้มการใช้งานระหว่างคนชื่อสไตล์ผู้ชายกับผู้หญิงด้วย (แม้เขาจะไม่ได้ถามเพศเราตรงๆ ก็ตาม)
สรุปสั้นๆ คือคุณไม่ใช่คนเดียวที่ทักไปคุยเล่นกับ ChatGPT เพราะตอนนี้มันกำลังกลายเป็นมากกว่าแค่ AI ทำงาน แต่มันคือ "เพื่อนที่พร้อมฟัง" ของคนยุคนี้ไปแล้ว



กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้















































